ผู้เขียน หัวข้อ: Foreva ฟอร์รีว่า ถั่งเช่า โสม เห็ดหลินจือ / เบาหวาน ความดัน เครียด  (อ่าน 9 ครั้ง)

ออฟไลน์ svksolo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4698
    • ดูรายละเอียด

Betaglucan สุดยอดสารอาหารกระตุ้นภูมิต้านทาน


ภูมิต้านทานในร่างกายของคนเรา เป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ร่างกาย ทั้งเชื้อจุลินทรีย์, แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา  และสารเคมีต่าง ๆ ที่เจือปนอยู่ในอากาศ อาหาร น้ำ  ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ฯลฯ 

   นอกจากกลไกในการกำจัดหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมในระดับเบื้องต้น ของร่างกาย เช่น  สารคัดหลั่งต่าง ๆ ที่ช่วยขับสารพิษและสารเคมีออกจากร่างกายได้โดยปกติแล้ว ร่างกายยังมีกลไกที่จะกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยเซลล์พิเศษที่เรียกว่า ฟาโกไซต์ (Phagocyte) เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่คอยกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยระบบภูมิต้านทาน หรือที่เรียกกันว่าอิมมูนิตี้ (Immunity)


     ซึ่งการที่จะมีกลไกในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ดีนั้น ร่างกายต้องมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะสร้างภูมิต้านทานที่ดีขึ้นเสียก่อน เคยสังเกตหรือไม่ว่าทำไมบางคนจึงป่วยง่าย ทั้งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดียวกัน เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงใกล้เคียงกัน แต่บางคนกลับไม่ป่วย หรือมีร่างกายที่แข็งแรงกว่า คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เพราะ แต่ละคนมีระบบภูมิต้านทานที่แตกต่างกัน คนที่มีระบบภูมิต้านทานที่ดี ย่อมที่จะแข็งแรงกว่าคนที่มีระบบภูมิต้านทานที่ไม่ค่อยจะดีนัก
     ระบบภูมิต้านทานที่ดีนั้น นอกจากจะสร้างได้ด้วยการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ลดน้ำตาล ไขมัน และคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดการอักเสบในร่างกาย  ทำให้ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอลงแล้ว  หลายคนยังอาจต้องมีพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตที่พิเศษกว่าคนทั่วไป  ยิ่งในปัจจุบันที่ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของอาหาร สิ่งแวดล้อมที่แย่ลง ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่บังคับให้เรารับสารพิษเข้าร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การปนเปื้อนของสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงในอาหาร อากาศเจือปนไปด้วยมลพิษ การใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบจนทำให้พฤติกรรมสุขภาพแปรปรวน  ล้วนเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยง่ายที่มาจากระบบภูมิต้านทานทำงานได้น้อยลง นั่นหมายถึงร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ได้น้อยลงด้วย ไม่ว่าจะเป็น เชื้อโรค ไวรัสหรือสารพิษต่าง ๆ ทำให้คนเรามีความเสี่ยงต่อการที่จะมีระบบภูมิต้านทานที่ย่ำแย่ลงมากกว่าในยุคอดีต


     ภูมิต้านทานมีหน้าที่เหมือนทหารที่คอยกำจัดผู้บุกรุก ซึ่งหากภูมิต้านทานทำงานต่ำลงวิธีที่ดีที่สุด คือการดูแลทหารเหล่านี้ให้เข้มแข็ง เพื่อที่จะได้คอยป้องกันผู้บุกรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางโภชนาการแล้ว การเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ดีต้องเริ่มต้นจากการกินหรืออาหาร นอกจากอาหารที่เชื่อว่าช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย อย่างเช่น ผัก ผลไม้ ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี  วิตามินอี วิตามินบี และแร่ธาตุต่างๆ เช่น ซีลีเนียม สังกะสี ที่มีผลต่อการเพิ่มการสร้างเซลล์ต่าง ๆ ในระบบภูมิต้านทาน  


     ปัจจุบันมีงานวิจัยยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน ที่พูดถึง “เบต้ากลูแคน” (Betaglucan) ว่าเป็นสุดยอดสารอาหารกระตุ้นภูมิต้านทาน และต่อไปจะกลายเป็นสารจากธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในทางยา เพื่อไว้ต่อสู้กับโรคมะเร็ง โรคเอดส์ และเชื้อโรคดื้อยาในอนาคต โดยปกติแล้วเบต้ากลูแคนเป็นสารที่สามารถพบได้ทั่วไปในพืชผักหลายชนิด เช่น ยีสต์ ข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ ว่านหางจระเข้ และเห็ดบางชนิด  



     แต่จะต้องรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณมาก เพื่อให้ได้ปริมาณ เบต้ากลูแคนที่เพียงพอต่อการกระตุ้นภูมิต้านทาน ดังนั้นการสกัดเบต้ากลูแคนออกมาให้อยู่ในรูปแบบแคปซูลจะช่วยให้เราสามารถรับประทานได้ง่ายกว่า และมั่นใจว่าร่างกายจะได้รับในปริมาณที่เพียงพอเพื่อกระตุ้นระบบภูมิต้านทานได้







เบต้ากลูแคน มีคุณสมบัติมหัศจรรย์ที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย  ใช้รับประทานเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อจากเชื้อโรค ต่างๆ เบต้ากลูแคนจะกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทาน คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ (Macrophage) เซลล์เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล (Neutrophil) และเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ (Natural Killer Cell) ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำลายเชื้อโรค เซลล์ผิดปกติ และสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ตั้งแต่การค้นหา การพุ่งไปยังเป้าหมาย  และการกำจัดทำลาย   เซลล์ภูมิต้านทานทั้ง 3 ชนิด ที่ได้รับการกระตุ้นจากเบต้ากลูแคน  ยังสามารถช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์สำคัญ อื่นๆในระบบภูมิต้านทาน โดยวิธีปล่อยสารคัดหลั่งเพื่อใช้เป็นคำสั่ง หรือสัญญาณออกไปยังเซลล์ภูมิต้านทานอื่นๆ ให้ออกมา ช่วยกันโดยพร้อมเพรียง  เบต้ากลูแคนยังกระตุ้นให้ไขกระดูกเพิ่มการผลิตเม็ดโลหิตขาว ทำ ให้มีเซลล์ภูมิต้านทานเพิ่มปริมาณมากขึ้น และยังพัฒนาเซลล์ ภูมิต้านทานทั้งหลาย ให้สามารถเคลื่อนที่ไปยังผู้รุกราน ตรงบริเวณ เป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการจับกินผู้บุกรุก โดย กระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ (Macrophage) สามารถ ทำลายผู้บุกรุกที่อันตรายได้ว่องไวมากขึ้น โดยวิธีกินศัตรู และส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังเซลล์ต่างๆ โดยการหลั่งสารเคมี สื่อสารออกไป


ประโยชน์ในทางการแพทย์ของเบต้ากลูแคน

1. เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย  ช่วยในโรค ภูมิต้านทานบกพร่อง โรคมะเร็ง โรคติดเชื้อทุกชนิด เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ แผลอักเสบเรื้อรัง แผลผ่าตัดติดเชื้อ โรคจากเชื้อรา ฯลฯ 

2. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่จากอันตรายต่าง ๆ เช่น จากแสง, รังสี, สารพิษ, โลหะหนัก และอนุมูลอิสระ

3. การใช้เบต้ากลูแคนร่วมกับยาปฎิชีวนะ  จะทำให้ใช้ยาปฏิชีวทำงานได้ดีขึ้น การรักษาจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. การใช้เบต้ากลูแคนในคนไข้หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ

5. ลดโคเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด เบต้ากลูแคนช่วยคุมคอเลสเตอรอลได้ด้วยการยับยั้งการดูดซึมในลำไส้ ยับยั้งตับไม่ให้สร้างคอเลสเตอรอลมากไป

6. รักษาข้ออักเสบ กระตุ้นไฟโบรบลาสท์ให้สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อมากขึ้น
7. สมานแผล ดูแลผิวพรรณ เบต้ากลูแคนสามารถเข้าไปจับตัวเข้ากับเซลล์ไฟโบรบลาสท์ของผิวหนัง ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน และสารไฮยาลูโรนิกแก่ผิว  ในการแพทย์จึงมีการใช้เบต้ากลูแคน เพื่อชะลอวัย เพราะช่วยขจัดริ้วรอย หลุมสิว รอยอักเสบ แถมเพิ่มคอลลาเจนและช่วยใบหน้าชุ่มชื้น 


  เบต้ากลูแคนกับการรักษาโรคมะเร็ง   


     เบต้ากลูแคนเป็นสารที่ช่วยปรับระดับภูมิต้านทานในร่างกาย ให้ดีขึ้น เพราะเมื่อเบต้ากลูแคนเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปสัมผัสกับตัวรับที่อยู่บริเวณผนังลำไส้ เพื่อกระตุ้นและเพิ่มพลังให้เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า “แมกโครฟาส” ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่ง แปลกปลอม เซลล์ร้ายต่าง ๆ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง  เม็ดเลือดขาวจะเร่งการผลิตสารไซโตไคน์ (Cytokin) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังกระตุ้นให้พลาสมาเซลล์สร้างแอนติบอดี้ต้านเซลล์มะเร็ง โดยจะลอยไปตามกระแสเลือด ซึ่งเมื่อพบเซลล์มะเร็งก็จะเกาะติดเป็นเป้าให้เม็ดเลือดขาวเข้าไปโจมตีทำลาย ทำให้สามารถยังยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ลดขนาดของเซลล์มะเร็ง และกำจัดเซลมะเร็งได้อีกด้วย


ผลงานวิจัยเกี่ยวกับเบต้ากลูแคน



ผลวิจัยด้านเซลล์มะเร็ง : 

          “แม็คโครเฟจที่ถูกกระตุ้นโดยยีสต์ขนมปัง สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด และสามารถสังเกตุพบตั้งแต่
72-96 ชั่วโมง หลังได้รับเบต้ากลูแคน”


***ดร.เจ บอกวอล์ด สถาบันชีววิทยาทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยทรอมโซ่ นอร์เวย์ 

Ref :Scand J Immuol (1982) 15: 297-304


ผลวิจัยด้านเคมีบำบัด-ฉายรังสี: 

          “การทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังในช่วงระหว่างการทำเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี จะช่วยให้เกิดการฟื้นตัวของเซลล์ในไขกระดูกและม้ามอย่างรวดเร็ว ช่วยต้านอนุมูลที่เกิดขึ้น และลดอันตรายจากทั้งสารเคมีและรังสี”

***ดร.วาแคลฟ เวทวิคก้า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหลุยส์วิลล์ สหรัฐอเมริกา 

Ref :Beta Glucan: Nature’s Secret 2nd Ed (2011)


ผลวิจัยด้านการผ่าตัด-ติดเชื้อ : 

          “กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ขนมปังทุกวันก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์ มีการติดเชื้อ หลังผ่าตัดเพียง 9% และไม่พบการเสียชีวิต ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้รับมีการติดเชื้อหลังผ่าตัดถึง 49% และเสียชีวิตถึง 29%”

Ref :Ann Surg (1990) 211: 605-12


ผลวิจัยด้านเสริมการทำงานยาปฏิชีวนะ : 

          “การใช้เบต้ากลูแคนร่วมกับยาปฏิชีวนะแอมพิซิลลินช่วยให้หนูที่มีการติดเชื้อรอดตาย มากกว่าการใช้แอมพิซิลลินเพียงอย่างเดียว”

***ดร.ซี อี นอร์ด มหาวิทยาลัยคาโรลินสกา สวีเดน 

Ref :J Reticuloendothelial Soc (1982) 32: 347-53








ขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้ากลูแคน Beta G.E.

ใน 1 แคปซูล มีปริมาณเบตากลูแคน 250 มิลลิกรัม

เพียงวันละ 1 เม็ด จะได้ปริมาณเบต้ากลูแคนที่เพียงพอต่อการกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย

รับประทานวันละ 1 แคปซูลก่อนนอน (เว้นระยะจากอาหารเย็นประมาณ 3 ชั่วโมง)

หรือทานพร้อมกับวิตามินซี (1 แคปซูล / วิตามินซี 250 มิลลิกรัม) หลังจากนั้นควรรอ 30 นาทีจึงทานอาหารได้
 
ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เลขที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 20-1-04646-1-0204

สามารถสืบค้นข้อมูล และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้จาก Link นี้
>>> http://porta.fda.moph.go.th/FDA_SEARCH_ALL/MAIN/SEARCH_CENTER_MAIN.aspx



     การที่จะมีสุขภาพดีนอกจากการรับประทานสิ่งที่มีประโยชน์แล้ว ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม เช่น นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนไม่พอมีผลลดการสร้างเซลล์ในระบบภูมิต้านทาน งานวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโก ในผู้ที่นอนหลับคืนละ 7 ชม. เป็นเวลา 4 วัน แล้วให้วัคซีนไข้หวัด พบว่ากว่า 50% ของคนกลุ่มนี้สามารถสร้างแอนติบอดี ซึ่งเป็นเซลล์ในระบบภูมิต้านทานต่อเชื้อไข้หวัดได้มากกว่าผู้ที่ นอนหลับคืนละ 4 ชม. ลดความเครียด อารมณ์เครียดจะส่งผลเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทานของร่างกายทำให้ภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆลดลง และควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  พฤติกรรมเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วย และยังมีภูมิต้านทานต่อสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้นด้วย


     สุขภาพดีเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของคนเรา แม้ว่าการแพทย์สมัยใหม่ในปัจจุบัน จะมีวิธีการต่างๆที่ช่วยเอาชนะความเจ็บป่วยได้ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้โรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นกับเรา ด้วยการเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้แข็งแรง และเลิกนิสัยที่จะทำลายภูมิต้านทาน อันจะช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้น และมีความสุขในชีวิตมากขึ้นนั่นเอง


เอกสารอ้างอิง

1. Mansell P.W.A., Ichinose H., Reed RJ., Krements E.T., McNamee R.B., Di Luzio N.R.; Macrophage-medicated Destruction of Human Malignant Cells in Vivo. Journal of National Cancer Institute; 54: 571-580. 1975. 

2. Czop J.K., Austen K.F.; "Properties of glycans that activate the human alternative complement pathway and interact with the human monocyte beta-glucan receptor," J Immunol 135: 3388- 3393. 1985. 

3. Donzis B. A.; Substantially purified beta (1,3) finely ground yeast cell wall glucan composition with dermatological and nutritional uses; U.S. Patent 5576015; 1996.




[youtube]m85TcrnRYeY[/youtube][/font][/color]




เว็บไซต์หลัก :

https://www.lovemyselfshops.com/





สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : 

https://line.me/R/ti/p/%40lovemyselfshop





Facebook : www.facebook.com/lovemyselfshop1



Tel. : 098-827-8414



#ถั่งเช่า #โสม #เห็ดหลินจือ 

#อย #GMP #HACCP 

#เบาหวาน #ความดัน #สุขภาพผู้สูงอายุ

#FOREVA #ฟอร์รีว่า #healthy247